ต้องซื้อประกันภัยรถยนต์ คลิกเลยค่ะ
ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 2+ 3 พลัส | คำนวณเบี้ยออนไลน์ลด 10%| ผ่อนได้ 2-6 งวด 0% | กทม.และปริมณฑลมีพนักงานบริการถึงที่ |บัตรนายหน้าเลขที่ 5504005105| สมัครตัวแทน
 

 
ประกันภัยรถยนต์ราคาถูก อันดับ 1 ใน Google
Hot line : 0800 999 051-2, (02) 402-5404-5 (จันทร์-เสาร์ 9.00-17.00 น.)
Fax : (02) 955-5645 ต่อ 33533 (02) 903-0080 ต่อ 1128 (7 วัน 24 ชม.) 

สั่งซื้อประกันภัยรถยนต์ง่ายๆ : 1. เลือกความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ 2. ชำระเงิน 3. รับความคุ้มครองทันที 4. ตรวจสอบสถานะจัดส่งกรมธรรม์
 

.. กฎ cash before cover และการรับชำระเบี้ยประกันภัย

cash before cover และการรับชำระเบี้ยประกันภัย        ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดให้การทำประกันภัยรถยนต์ของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลต้องปฏิบัติเป็นไปตามหลักการสากลที่เรียกว่า หลัก Cash before Cover คือการที่ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายชำระเบี้ยประกันภัยก่อนวันที่กรมธรรม์จะเริ่มมีผลคุ้มครอง

1. การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่เกิดขึ้นต่อบริษัทประกันภัย
       1.1 บริษัทประกันภัยจัดให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการเก็บเบี้ยประกันภัยรถยนต์ซึ่งบริษัทได้จัดทำแนวปฏิบัติในการเก็บเบี้ยประกันภัยเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว และสามารถใช้เป็นคู่มือในการปฏิบัติงานของพนักงานบริษัทได้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับหน้าที่ วิธีการปฏิบัติงานระยะเวลาในการปฏิบัติงาน และการประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

       1.2 บริษัทได้เปลี่ยนแปลงวิธีเรียกเก็บเงินค่าเบี้ยประกันภัย โดยบริษัทจะเรียกเก็บเงินค่าเบี้ยประกันภัยก่อนที่กรมธรรม์จะเริ่มมีผลบังคับ ยกเว้นกรณีลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลบริษัทจะผ่อนผันการเก็บเงินไปอีก 15 วันนับแต่วันที่กรมธรรม์มีผลคุ้มครอง

       1.3 ในการรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยจากลูกค้า ตัวแทน-นายหน้าประกันวินาศภัย จะปฏิบัติดังนี้
              1.3.1 ออกเอกสารการรับเงินของบริษัทประกันภัยให้แก่ลูกค้าทันที
              1.3.2 กำหนดรอบระยะเวลาสำหรับตัวแทน-นายหน้าประกันวินาศภัยในการเรียกเก็บค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์จากผู้เอาประกันภัย โดยให้แต่ละรอบมีระยะเวลา 15 วัน
              1.3.2 กำหนดให้ตัวแทน-นายหน้าประกันวินาศภัยที่รับชำระเบี้ยประกันภัยรถยนต์จากผู้เอา
ประกันภัยต้องนำส่งเงินค่าเบี้ยประกันภัยนั้นแก่บริษัทภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นรอบที่กำหนดในข้อ 1.3.2

       1.4 บริษัทมีการจัดทำสมุดทะเบียนควบคุมการเก็บเบี้ยประกันภัยโดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับ จำนวนเงินค่าเบี้ยประกันภัยของลูกค้าแต่ละคน วันที่(บริษัท/ตัวแทน/นายหน้า)รับเงินจากลูกค้า(แต่ละคน) ฯลฯ

       1.5 นอกจากนี้บริษัทได้วางระบบการลงโทษ ตัวแทน-นายหน้าที่นำส่งเงินค่าเบี้ยประกันภัยล่าช้ากว่าที่กำหนด เช่น การพักงาน การเลิกสัญญา เป็นต้น

       1.6 แนวปฏิบัติการเก็บเบี้ยประกันภัยดังกล่าว บริษัทต้องส่ง คปภ.ภายในวันที่ 1 เมษายน 2552

2. การดำเนินการของสำนักงาน คปภ.
       2.1 พิจารณาแนวปฏิบัติการเก็บเบี้ยประกันภัย ที่แต่ละบริษัทนำส่ง ถ้าพบว่าแนวปฏิบัติฯของบริษัทใดไม่เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด และเมื่อพบข้อบกพร่อง สำนักงานฯได้ ให้บริษัทปรับปรุงแก้ไข ให้เป็นไปตามประกาศฯ

       2.2 ติดตามว่าบริษัทปฏิบัติเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติฯ ในข้อ 2.1 หรือไม่ ผ่านกระบวนการเข้าตรวจสอบ ณ ที่ทำการบริษัทประกันภัย จากผลการตรวจสอบ พบว่าบางบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถปฏิบัติได้ตามประกาศฯดังกล่าวได้ครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 3 ประเด็น คือ
              2.2.1 บริษัทฯไม่มีระบบการติดตามเพื่อให้ทราบได้ว่า ตัวแทน-นายหน้าประกันวินาศภัยเก็บเงินค่าเบี้ยประกันภัยจากลูกค้าเมื่อไร จึงทำให้ตัวแทน-นายหน้าประกันวินาศภัยยังคงค้างเงินค่าเบี้ย
ประกันภัยนานกว่าที่ประกาศฯกำหนด
              2.2.2 ตัวแทน-นายหน้าไม่มอบเอกสารการรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยของบริษัทแก่ลูกค้าทันทีซึ่งเป็นการฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 66/1 และมาตรา 66/2 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551
              2.2.3 บริษัทฯ ไม่ได้หยุดการรับงานประกันภัยรถยนต์จากตัวแทน-นายหน้าประกันวินาศภัยที่ฝ่าฝืนตามข้อกำหนดของประกาศฯ

       2.3 แจ้งผลการตรวจสอบให้บริษัทฯทราบ และ ให้บริษัทฯจัดทำมาตรการ/วิธีการ/แผนงาน ที่จะแก้ไขประเด็น ที่สำนักงานคปภ.ตรวจพบ และขอให้บริษัทแจ้งผลภายในเดือน สิงหาคม 2552 ทุกบริษัทฯได้จัดทำแผนงานการแก้ไขประเด็นดังกล่าว ส่วนใหญ่ระบุว่าจะปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักการ Cash beforeCover และประกาศฯเรื่องการเก็บเบี้ยประกันภัยฯได้ภายในเดือนกันยายน 2552จากการตอบรับดังกล่าวของบริษัทประกันภัย ทำให้สามารถสรุปได้ว่า บริษัทพยายาม ปรับปรุงระบบการเก็บเบี้ยประกันภัยตามที่ประกาศฯกำหนด แต่เนื่องจาก เป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีปฏิบัติที่เคยทำกันมานาน ทำให้ไม่อาจแก้ไขได้ทั้งหมดในทันที แต่พบว่าบริษัทมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเป็นลำดับ เช่น บริษัทเริ่มลงทุนในระบบงานที่จะสามารถติดตามว่า ลูกค้าได้ชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยแก่ตัวแทน-นายหน้า เมื่อไร

       2.4 ได้จัดประชุมนายหน้านิติบุคคลประมาณ 60 ราย เมื่อเดือนตุลาคม 2552 ซึ่งนายหน้าได้แสดงความเห็นว่าเห็นด้วยกับการนำหลัก Cash before Cover มาใช้ด้วยเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย และสำนักงานคปภ. ได้ขอความร่วมมือให้ช่วยแจ้งลูกค้าที่จะต่ออายุกรมธรรม์ให้ทราบว่าลูกค้าต้องชำระเบี้ยประกันภัยก่อนแต่เนิ่นๆเพื่อลดปัญหาลง

2.5 สำนักงานคปภ.ได้เข้าตรวจสอบบริษัทประกันภัยเป็นระยะๆ เพื่อประเมินความก้าวหน้าการปรับปรุงระบบงานของบริษัทประกันภัย พบว่าบริษัทได้ทำการพัฒนาระบบงาน รวมทั้งได้แก้ไขปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อปรับปรุงเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามหลัก Cash before Cover และประกาศฯเรื่องการเก็บเบี้ยประกันภัย

3. การดำเนินการในปี 2553 และต่อๆไป
       3.1 เพื่อให้การปฏิบัติตามหลัก Cash Before Cover เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรมีการดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้เอาประกันภัยถึงการปฏิบัติตามหลักการดังกล่าว โดยขอความร่มมือทั้งจากบริษัทประกันภัยและนายหน้าประกันวินาศภัยในการช่วยประชาสัมพันธ์ ทั้งในวงกว้างและแบบเฉพาะเจาะจงไปที่ผู้เอาประกันภัย โดยเฉพาะผู้เอาประกันภัยที่เป็นนิติบุคคลซึ่งอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการในการจ่ายเงินเพื่อให้มีการชำระค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์เป็นไปตามข้อกฎหมาย

       3.2 การสร้างความเข้าใจกับตัวแทน-นายหน้าประกันวินาศภัย ให้มีการปรับปรุงกระบวนการในการรับชำระค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์โดยพร้อมเพรียง

       3.3 บริษัทจำเป็นต้องสร้างระบบงานเพื่อให้ทราบได้ว่า ตัวแทน-นายหน้าประกันวินาศภัยรับชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยจากลูกค้าเมื่อไร รวมถึงระบบงานที่จะควบคุมเอกสารการรับเงินค่าเบี้ยประกันภัยที่ต้องให้ไว้แก่ตัวแทน-นายหน้าประกันวินาศภัยเพื่อทำให้ตัวแทน-นายหน้าประกันวินาศภัยสามารถส่งเอกสารการรับ
เงินค่าเบี้ยประกันภัยของบริษัทแก่ลูกค้าได้ทันทีที่ลูกค้าจ่ายเงิน ตามข้อกำหนดในมาตรา 66/1 และมาตรา
66/2 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551

       3.4 บริษัทต้องจัดให้มีระบบในการติดตามหรือควบคุมการนำส่งเงินค่าเบี้ยประกันภัยตามระเบียบบริษัทที่ออกตามประกาศคปภ.และการมีการดำเนินการในการหยุดรับงานประกันภัยรถยนต์จากตัวแทน-
นายหน้าประกันวินาศภัยที่ฝ่าฝืนตามข้อกำหนดของประกาศฯในส่วนที่ส่งเงินค่าเบี้ยประกันล่าช้ากว่าที่กำหนดด้วย

4. การปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานในประเด็นอื่นๆ
       4.1 หลัก Cash before Cover นี้ มีหลักเกณฑ์ว่า ขอให้ลูกค้าชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัย ก่อนหรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินวันที่กรมธรรม์เริ่มให้ความคุ้มครอง

       4.2 ทะเบียนการรับประกันภัย – การรับเบี้ยประกันภัย ต้องใช้วันที่ ตัวแทน-นายหน้า-บริษัท ได้รับเงินค่าเบี้ยประกันภัยเป็นเกณฑ์ มิใช่ วันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลคุ้มครอง (Effective Date)

       4.3 การเรียกหลักประกันจากตัวแทน-นายหน้า-พนักงานบริษัท เป็นดุลยพินิจของบริษัทที่จะกำหนดเป็นนโยบายหรือแนวปฏิบัติของบริษัทเองได้ นั่นคือ บริษัทสามารถจะกำหนดว่าควรเรียกหลักประกันจากตัวแทน-นายหน้าหรือไม่ ถ้าเรียกจะกำหนดเหมือนกันทุกราย หรือ แบ่งเป็นกลุ่มๆก็ได้ ชนิดของหลักประกันก็เป็นตามที่บริษัทเห็นสมควร ทั้งนี้ ตั้งอยู่บนพื้นฐานว่า เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงด้านเครดิต (credit risk)ของบริษัท ดังนั้นแต่ละบริษัทจึงสามารถมีแนวทางที่แตกต่างกันได้ และหากบริษัทมีการเรียกเก็บหลักประกันให้บริษัทชี้แจงหลักเกณฑ์ในการเรียกเก็บหลักประกันดังกล่าวในแนวทางปฏิบัติในการเก็บเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของบริษัทประกันวินาศภัย ตามข้อ 5.6 ของประกาศฯว่าด้วยการเก็บเบี้ยประกันภัยรถยนต์

       4.4 การจัดทำสมุดทะเบียนควบคุม การเก็บเบี้ยประกันภัย ตามข้อกำหนดในข้อ 12 แห่งประกาศฯนั้นสำนักงานคปภ. ได้เคยออกแบบและเวียนให้บริษัทแสดงความเห็น (ประกอบด้วยแบบฟอร์ม 8 แบบฟอร์ม)ซึ่งส่วนใหญ่แสดงความเห็นว่า แต่ละบริษัทมี ระบบจัดเก็บข้อมูลที่มีสาระสำคัญคล้ายคลึงกับแบบฟอร์มที่สำนักงาน คปภ.ได้เวียนให้แสดงความเห็น อยู่แล้ว การจัดทำเพิ่มเติมทำให้เป็นภาระโดยไม่จำเป็น และมีต้นทุนเพิ่ม สำนักงานคปภ.เห็นด้วยกับข้อเสนอ โดยให้แต่ละบริษัทส่งแบบฟอร์มที่มีอยู่ในบริษัทมาให้คปภ.พิจารณา พบว่าส่วนใหญ่มีข้อมูลที่สอดคล้องตามข้อกำหนดของประกาศฯ ดังนั้น ในการตรวจสอบครั้งต่อๆไป เจ้าหน้าที่ตรวจสอบจะยึดแบบฟอร์มตามที่บริษัทได้แจ้งไว้ แต่ สำหรับบริษัทที่ ไม่มีแบบฟอร์มหรือมีแต่มีสาระสำคัญไม่ครบถ้วน ผู้ตรวจสอบจะยึดถือตามแบบฟอร์มที่สำนักงานคปภ.ออกแบบในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

       4.5 การปฏิบัติตามหลัก Cash before Cover และประกาศฯเรื่องการเก็บเบี้ยประกันภัยนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติไปจากเดิม และจำเป็นต้องได้รับความรว่ มมือจากทุกฝ่าย ดังนั้นหาก ตัวแทน-นายหน้าประกันวินาศภัย หรือบริษัทประกันวินาศภัย พบว่ามี ตัวแทน / นายหน้า /บริษัทประกันวินาศภัยรายใดที่ฝ่าฝืนหลักและประกาศฯนี้ โปรดแจ้งข้อมูลหรือเบาะแส มายังสำนักงาน คปภ.เพื่อให้สามารถดำเนินการตามหลักการและประกาศฯต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. การติดต่อกับสำนักงานคปภ. ฝ่ายวางแผนและพัฒนาระบบการตรวจสอบ
โทร.02-515-3977, 02-513-2791
โทรสาร 02-515-3986
e-mail: amnartw@oic.or.th



 


ข้อมูลเว็บไซต์ | ประกันภัยรถยนต์ เริ่มใช้ 27/7/07 | ประกันภัยรถยนต์ ขณะนี้มีผู้ใช้งาน 58 ท่าน | ประกันภัยรถยนต์ เยี่ยมชมแล้ว 3,196,071 ครั้ง
ประกันภัยรถยนต์




บริการอื่นๆ







บริษัทประกันภัย







ขั้นตอนการสั่งซื้อ



ชำระเงิน



ข้อมูลประกันภัย






เกี่ยวกับเรา





Wowinsure.com™ เลขที่ 2 ซ.เอกชัย 83/1 ถ.เอกชัย แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ 10150
โทรศัพท์ : 0800 999 051-2, (02) 402-5404-5 (เวลาทำงาน จันทร์-เสาร์ 9.00-17.00 น.)
Fax: (02) 955-5645 ต่อ 33533, (02) 903-0080 ต่อ 1128 (เปิดรับเอกสาร 7 วัน 24 ชม.)
 

Top