| .. |
 |
|
 |
วิธีการปฏิบัติตนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์
ขอให้ท่านดำเนินการตามคำแนะนำต่อไปนี้
ทั้งนี้เพื่อให้การจัดการอุบัติเหตุเป็นไปด้วยความรวดเร็ว
1.โทรแจ้งอุบัติเหตุที่ศูนย์รับแจ้งเหตุของบริษัทต่างๆ
ดูรายละเอียดของเบอร์โทรศัพท์ได้ที่
รวมเบอร์โทรศัพท์บริษัทประกันภัยรถยนต์
2.ขั้นตอนการแจ้งอุบัติเหตุ
2.1
แจ้งรายละเอียดของรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ ยี่ห้อรถ ทะเบียนรถ สีรถ
เลขที่กรมธรรม์ประกันภัยและชื่อผู้ขับขี่พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้
2.2
ระบุตำแหน่ง สถานที่เกิดเหตุให้ชัดเจน แจ้งชื่อถนน ช่วงถนน จุดที่รถจอดอยู่
รวมทั้งจุดสังเกตใกล้เคียง
2.3 เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน
เพื่อเป็นที่สังเกตที่เด่นชัดและความปลอดภัยบนท้องถนน
2.4
กรณีมีการเคลื่อนย้ายรถจากจุดเกิดเหตุก่อนเจ้าหน้าที่ของบริษัทจะไปถึง
กรุณาโทรศัพท์แจ้งให้บริษัทรับทราบอีกครั้ง
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทสามารถไปยังสถานที่นัดหมายใหม่ได้ถูกต้อง
3.การปฏิบัติตัวในที่เกิดเหตุ
3.1
กรณีรถประกันเป็นฝ่ายถูก-จดทะเบียนรถ ชื่อ ที่อยู่ของคู่กรณี และพยาน (ถ้ามี)
เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับแจ้งอุบัติเหตุต่อบริษัทและในกรณีที่ท่านทำประกันภัยประเภท
3 ซึ่งคุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อบุคคลภายนอก
บริษัทจะส่งเจ้าหน้าที่ไปให้บริการแก่ท่านในสถานที่เกิดเหตุ หรือสถานีตำรวจ
(หากจำเป็น) ส่วนการติดตามเรียกร้องขั้นต่อไป ท่านต้องเป็นผู้ดำเนินการเอง
3.2
กรณีรถประกันเป็นฝ่ายผิด-ให้ชื่อ ที่อยู่ของท่านแก่คู่กรณี (หากมีการร้องขอ)
และแยกรถเข้าไปอยู่ในบริเวณที่ไม่กีดขวางการจราจรภายหลังจากการยอมรับผิดแล้ว
ทั้งนี้ไม่ควรลงนามในเอกสารใดๆ ให้แก่คู่กรณี
จนกว่าเจ้าหน้าที่ของบริษัทจะไปถึง
3.3
กรณีไม่แน่ใจว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิด-อย่าทำการเคลื่อนย้ายรถจากจุดเกิดเหตุ
นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำเครื่องหมายการเกิดเหตุ และสั่งให้เคลื่อนย้ายรถ
ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ (ถ้าจำเป็น)
3.4
กรณีมีผู้บาดเจ็บ/เสียชีวิต-รีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลที่ใกล้เคียง
และอย่าดำเนินการตกลงค่าเสียหายใดๆ จนกว่าเจ้าหน้าที่ของบริษัทจะไปถึง
ซึ่งจะเป็นผู้ให้คำแนะนำแก่ท่าน ทั้งนี้กรณีที่เกิดอุบัติเหตุ
และเป็นความผิดทางอาญา ท่านสามารถปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของบริษัทได้
4.กรณีรถประกันถูกชนแล้วคู่กรณีหลบหนี
ให้
แจ้งความต่อสถานีตำรวจในท้องที่ที่เกิดเหตุ โดยหากทราบทะเบียนรถของคู่กรณี
ให้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีเท่านั้นไม่ใช่เพื่อเป็นหลักฐาน
ยกเว้นกรณีที่ไม่ทราบทะเบียนรถคู่กรณี
5.กรณีรถถูกยึด
กรณีรถของท่านถูกยึดไว้เพื่อตรวจสอบสภาพที่สถานีตำรวจ
ควรให้ร้อยเวรเจ้าของเรื่องตรวจสอบสิ่งของมีค่าภายในรถ
และลงบันทึกประจำวันด้วย
6.กรณีรถหาย
6.1
ให้โทรแจ้งศูนย์ของบริษัทประกันภัย ที่ท่านทำประกันอยู่ทันทีที่ทราบ
6.2
รีบแจ้งสถานีตำรวจท้องที่และศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์
และรถจักรยานยนต์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปจร.น.) โทร.
0-2345-6182 ทันที พร้อมแจ้งรายละเอียดที่จำเป็นคือ ทะเบียน สี
หมายเลขเครื่อง หมายเลขตัวถัง สถานที่ และวันเวลาที่หาย
6.3
รีบจัดส่งเอกสารจำเป็นที่บริษัทเรียกจากท่านให้เรียบร้อย
เพื่อบริษัทจะได้ดำเนินการตรวจสอบและชดใช้ค่าสินไหมให้ท่าน
6.4
หากท่านทราบเบาะแสหรือร่องรอยรถของท่าน
โปรดแจ้งบริษัททันทีและบริษัทจะเก็บข้อมูลของท่านไว้เป็นความลับ
7.การซ่อมรถประกัน
7.1
บริษัทจะจัดซ่อมรถของท่านคืนสู่สภาพปกติที่อู่ที่บริษัทได้คัดเลือกไว้
(อู่ในเครือฯ) หากท่านประสงค์จัดส่งรถที่อู่นอกเครือฯ ที่ท่านเลือกเอง
โปรดแจ้งให้บริษัทรับทราบก่อนล่วงหน้า เพื่อพิจารณาประเมินอัตราซ่อม
7.2
บริษัทจะพิจารณาเปลี่ยนอะไหล่ให้ใหม่ในกรณีที่ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถจัดซ่อมอะไหล่ชิ้นนั้นให้กลับสู่สภาพเดิม
7.3
ก่อนส่งมอบรถให้แก่อู่ ควรตรวจสอบสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ภายในรถ
และให้อู่ทำบันทึกรายการรับทราบทุกครั้ง ไม่ควรทิ้งสิ่งของมีค่าใดๆไว้กับรถ
7.4
การตรวจรับรถที่ซ่อมแล้วเสร็จ
ควรตรวจสอบผลการซ่อมอย่างละเอียดโดยไม่ควรตรวจสอบในที่ที่แสงสว่างไม่เพียงพอ
หากพบว่าการซ่อมไม่เรียบร้อยอย่าลงนามรับรถ และแจ้งให้บริษัทรับทราบทันที
7.5
ท่านมีสิทธิ์ตรวจสอบรายการซ่อม/เปลี่ยนจากอู่ในเครือฯ
ได้ตลอดเวลาหากพบว่าอู่ในเครือฯ ซ่อมรถล่าช้ากว่ากำหนด
โปรดแจ้งบริษัทรับทราบทันที
7.6 กรณีที่ท่านต้องรับผิดชอบต่อค่าเสียหายส่วนแรก
บริษัทจะตกลงให้อู่ในเครือเป็นผู้เก็บเงินส่วนดังกล่าวจากท่าน
หมายเหตุ :
รายละเอียดด้านบนเป็นข้อมูลเบื้องต้น
ทั้งนี้ในการปฏิบัติจริงอาจจะขึ้นอยู่กับสถานะการณ์และข้อบังคับของบริษัทประกันภัยรถยนต์
นั้นๆ